‘ราชันชุดขาว’แชมป์ยุโรปสมัยที่11

รีล มาดริด” แม่นโทษ หลังเอาชนะ แอต.มาดริด ด้วยการดวลจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศที่ มิลาน เมือวันที่ 28 พ.ค.

“ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ครองความเป็นเจ้าลูกหนังยุโรปเพิ่มอีกสมัย หลังจากเอาชนะ “ตราหมี” แอต.มาดริด ด้วยการยิงจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่มิลาน เมื่อวันที่ 28 พ.ค.

MILAN, ITALY - MAY 28: Sergio Ramos of Real Madrid lifts the Champions League trophy after the UEFA Champions League Final match between Real Madrid and Club Atletico de Madrid at Stadio Giuseppe Meazza on May 28, 2016 in Milan, Italy. (Photo by Shaun Botterill/Getty Images)
รีล มาดริด ได้ประตูออกนำ 1-0 นาทีที่ 15 จาก เซร์คิโอ รามอส แต่ครึ่งหลัง แอต.มาดริด ตีเสมอได้จาก ยานนิค การ์ราสโซ นาทีที่ 79 ทำให้เสมอกัน 1-1 ใน 90 นาทีต้องต่อเวลา และเล่นกันไปถึงการดวลจุดโทษ เป็น คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ยิงตัดสินให้ รีล มาดริด ชนะไป 5-3

ส่งผลให้ รีล มาดริด คว้าแชมป์ถ้วยนี้เป็นสมัยที่ 11 เพิ่มสถิติการเป็นแชมป์มากที่สุดในถ้วยนี้ออกไปอีก และ ซีเนอดีน ซีดาน เป็นคนที่ได้แชมป์กับ รีล มาดริด ทั้งในฐานะนักเตะ ผู้ช่วยผู้จดการทีม และผู้จัดการทีม ขณะที่ แอต.มาดริด อกหักเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ และยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม รีล มาดริด ชูถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2015-16 หลังเอาชนะ แอต.มาดริด ด้วยการดวลจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศที่ มิลาน

ศีล 5 คืออะไร มารักษาศีล 5 กันเถอะ

ศีล 5 ศีลห้าคืออะไร หมายถึงอะไร

ศีล หมายถึง ความตั้งใจที่งดเว้นจากความชั่ว ความทุจริต และสิ่งที่ไม่ดีทุกประการ ดังที่พระสารีบุตรได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคว่า “ศีล คือ เจตนา ความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากกายทุจริต 3 (คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม) และวจีทุจริต 4 (คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ)

ศีล-5ศีล 5 คืออะไร ?
ศีล คือ “ เจตนาŽ” ความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากกายทุจริต 3 (ไม่ฆ่าสัตว์, ไม่ลักทรัพย์, ไม่ประพฤติ ผิดในกาม) และวจีทุจริต 4 (ไม่พูดเท็จ, ไม่พูดคำหยาบ, ไม่พูดส่อเสียด, ไม่พูดเพ้อเจ้อ)
ศีล คือ “ เจตสิกŽ” หมายถึงการงดเว้นจากมโนทุจริต 3 (ความโลภอยากได้ของผู้อื่น, มีจิตคิดพยาบาท, มีความเห็นผิด)
ศีล คือ ความสำรวมระวังŽ ปิดกั้นความชั่ว
ศีล คือ การไม่ล่วงละเมิดข้อห้ามŽ

ศีล 5 คือ มนุษยธรรม หรือธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์
ศีล 5 เป็นสิ่งที่มนุษย์ช่วยกันบัญญัติขึ้นมา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข จากสามัญสำนึกที่รู้ว่า เมื่อเรามีความรักตนเอง ต้องการความสุข ความปลอดภัยในชีวิต คนอื่นก็ย่อมมีความรู้สึกเช่นเดียวกับเรา ด้วยเหตุนี้แม้ในยุคที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น ศีล 5 ก็มีอยู่แล้ว

แม้ศีลจะมีหลายความหมาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เจตนา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า

ศีล คือ ความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากความชั่ว ความทุจริต สิ่งที่ไม่ดีทุกประการ

มนุษย์ แปลว่า สัตว์ที่มีจิตใจสูง สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล

มนุษย์มีเหตุ มีผลรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่สัตว์ไม่มีสิ่งนี้เมื่อใดที่มนุษย์มีศีล 5 ครบ ความเป็นมนุษย์ก็สมบูรณ์ กายก็เป็นปกติ วาจาก็ปกติ ใจก็ปกติ เมื่อไรศีล 5 ขาด ความเป็นมนุษย์ก็ลดลง

ศีล 5 จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์
โดยแต่ละข้อสามารถแบ่งแยกความเป็นมนุษย์กับสัตว์ได้ดังนี้

ข้อ 1 ตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตามปกติมนุษย์เราไม่ฆ่ากัน ต่างจากพวกสัตว์ เช่น เสือ สิงโต เวลาหิวก็ไล่ล่าสัตว์อื่นกินทันที ศีลข้อ 1 จึงแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ได้อย่างชัดเจน

ข้อ 2 ตั้งใจงดเว้นจากการลักขโมยธรรมชาติของมนุษย์จะไม่ลักขโมยทรัพย์สินของใครเพราะมนุษย์มีความรู้เรื่อง กรรมสิทธิ์ ว่านี่ของเขา นี่ของเรา แต่สัตว์ไม่รู้ เช่นเวลาสุนัขเห็นแมวกินปลาอยู่ ถ้าอยากได้มันจะเข้าไปแย่งเลย ดังนั้นถ้าใครลักขโมย จี้ปล้นทรัพย์สินของคนอื่น ก็แสดงว่าขณะนั้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาสูญเสียไปแล้ว

ข้อ 3 ตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติในกามปกติมนุษย์รู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ต่างจากสัตว์ เช่น สุนัขเมื่อถึงคราวฮอร์โมนเพศทำงาน มันจะกัดแย่งตัวเมีย แต่มนุษย์ปกติจะไม่เป็นเช่นนั้น
ข้อ 4 ตั้งใจงดเว้นจากการพูดเท็จ พูดคำหยาบ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อปกติมนุษย์จะไม่หลอกลวงกันและไม่เบียดเบียนคนอื่น ด้วยคำพูด ต่างจากสัตว์ เช่น สุนัขที่อยู่ในบ้าน พอมีสุนัขตัวอื่นหรือมีคนเดินผ่านมา มันจะเห่าทันทีเลย แต่มนุษย์เราไม่เป็นเช่นนั้น อยู่ดีๆ เราจะไม่ว่ารึว่าด่าใคร
ข้อ 5 ตั้งใจงดเว้นจากดื่มสุราเมรัย อันเป็นต้นเหตุแห่งความประมาทปกติสัตว์ใหญ่มีกำลังมากกว่ามนุษย์ แต่บังคับทิศทางไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีสติควบคุม ดังนั้นสัตว์จึงไม่สามารถเปลี่ยนกำลังกายให้เกิดเป็นคุณงามความดีอะไรได้แต่ มนุษย์มีสติควบคุมการกระทำ ทำให้สามารถเปลี่ยนกำลังกายมาเป็นการกระทำความดีได้ แต่เมื่อใดที่มนุษย์ดื่มสุรา ของมึนเมา หรือยาเสพติดเข้าไป ก็จะขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจทำให้สามารถทำเรื่องเลวร้ายได้ ศีลข้อ 5_นี้ จึงเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะคนที่ขาดสติสามารถทำความชั่วได้ทุกอย่างและผิดศีลข้ออื่นได้ทุกข้อ

แกงคั่วหอยขม หรือ อ่อมหอย ของแซบบ้านเฮา

“อ่อมหอย” อีกเมนูอาหารอีสานที่อีสานร้อยแปดเราจะมานำเสนอในวันนี้ เหมือนเดิมครับเราจะไล่มาตั้งแต่ขั้นตอนหน้าหน้าที่จะมาเป็น “อ่อมหอย” ต้องผ่านอะไรมาบ้าง “การหาหอย” หรือ “การขัวหอย” แบบอีสานบ้านเฮา ถ้าเป็นหน้าแล้งตามท้องไร่ท้องนา หอยที่เรานิยมกันมากที่สุดคือ “หอยขัว” ครับพี่น้อง หอยขัว หรือ “หอยขรัว” คือหอยที่จำศีลในหน้าแล้ง เมื่อน้ำแห้งมันจะจำศีลซ่อนตัวอยู่ใต้ดินตามแหล่งที่เคยมีน้ำ ที่มาของคำว่า “หอยขัว” หรือ “ขัวหอย” น่าจะมาจากคำว่า “ขัว” ในภาษาลาว ซึ่งแปลว่า “สะพาน” ในหน้าแล้งหอยมักจะจำศีลอยู่ใต้สะพาน เวลาเราไปหาหอยใกล้ๆสะพาน จึงเรียกต่อๆกันมา ว่าหอยสะพาน หรือ “หอยขัว” นั่นหละครับการขัว

แกง-หอย

หอย : หลังจากที่เราเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วก็เดินทางไปทุ่งนา หาทำเลเหมาะๆ ตรงไหนที่คิดว่าจะมีหอยก็จัดการลงมือใช้เสียมขุดหาได้เลยครับถ้าไปตามท้องไร่ท้องนา หอยขมมันก็มักจะซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆคูนานั่นแหละ แต่ระวังเด้อ อย่าไปขุดคูนา เดี๋ยวเจ้าของนาเขาจะว่าเอา ถ้าขุดก็ถมไว้ด้วยละครับ พอถึงหน้าฝนมา คูนาขาด ลำบากเจ้าของนาอีก การขัวหอยนั้นก็ทำได้ง่ายมากๆครับ แค่ใช่เสียมถากๆไปเบาๆ ก็จะเจอกับตัวหอย ระวังอย่าสับแรง เพราะจะทำให้หอยแตกได้ จุดไหนที่มีหอย บริเวณใกล้ๆก็มักจะมีหอยด้วย ถ้าเจอแหล่งที่หอยอยู่เยอะๆ ไม่นานเราก็ได้หอยพอที่จะนำไปประกอบอาหารแล้วหละการงมหอย : อีกวิธีของการหาหอย ทำได้ง่ายกว่า

วิธีแรก คือการงมหอย การงมหอยสามารถหางมได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำ ไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูแล้ง ข้อแตกต่างระหว่างหอยงม กับ หอยขัว คือเนื้อจะไม่เท่ากัน หอยขัวจะมีเนื้อมากกว่า เพราะช่วงที่มันจะจำศีลมันจะสะสมสารอาหาร และร่างกาย ให้พร้อม แต่หอยที่อยู่ในน้ำมันจะผอมกว่า และรสชาติก็แตกต่างกันการงมหอยนั้นเราก็เตรียมกะละมังแล้วลงงมให้บ่อน้ำได้เลยครับ แต่ระวังเด้อ แหล่งน้ำธรรมชาติบางที่มีหอยคัน ลงน้ำไปแป๊บเดียวอาจจะต้องวิ่งขึ้น เพราะความคัน ถึงกับต้องหาหยูกหายามาทาเลยก็มีเมื่อเรางมหอยได้มากพอแล้ว ก็ล้างให้สะอาด เลือกเอาแต่ตัวใหญ่ๆ ตัวไหนไซส์เล็กก็เอาไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ รอวันที่มันโตค่อยไปงมมาใหม่ครับ

ภารกิจพิชิตฝัน กับ “สิงห์ฟุตบอลลีก” ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ที่ครั้งต่อไป ต้องไม่ธรรมดา

กว่า 2,500 ทีมที่เข้าร่วมโม่แข้ง จนมีแค่ 2 ทีม ได้เดินไปถึงฝัน นั่นคือก้าวเข้าไปเป็นคู่ชิงที่จะได้ลงเล่นในสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ รังเหย้าของ เชลซี

ผมเห็นสีหน้าแววตาของผู้เล่นทั้ง 2 ทีม ผมสัมผัสได้ว่า การเดินทางข้ามทวีปมายังประเทศอังกฤษครั้งนี้ มันอุดมไปด้วยความหมายที่เต็มเปี่ยม

ความกระสันอยากลงเล่นในผืนหญ้าที่เคยมีผู้เล่นระดับโลกลงเล่นมาก่อน มันเป็นอะไรที่ยากจะเอ่ยให้คนอื่นได้รู้

ฟุตบอล-สิงห์
เช้าตรู่ของวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาที่อังกฤษ คู่ชิงแชมป์อย่าง “หนานเมือง เอฟซี” ตัวแทนสนาม “ฟลิกซ์” และ “หนาวจัง เอฟซี” ตัวแทนสนามจากสนาม “อิกคิวซัง” ออกมาที่สนามพร้อมร่างกายที่พร้อมเต็มที่

ไม่กี่ชั่วโมงเบื้องหน้า สนามที่พวกเขาเห็นอยู่นี้ จะเป็นสนามที่พวกเขาใช้แข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “แชมเปี้ยนส์”

ความยิ่งใหญ่ของสนาม คงไม่ต้องบอกถึงความตื่นเต้นที่พวกเขามีหรอกครับ เพราะในหัวใจและความรู้สึกของพวกเขาทุกคน หัวใจมันเต้นรัวๆๆๆ แทบจะทุกคน
14.00 ตามเวลาท้องถิ่น คือห้วงเวลาประวัติศาสตร์ เพราะนี่ จะเป็นเวลาที่ทีมฟุตบอลระดับสมัครเล่นได้มาลงแข่งขันในสนามระดับพรีเมียร์ลีก ที่สำคัญไปกว่านั้นนี่คือสนามของทีม “เชลซี”!!!!

โดยเกมนี้มี “เดอร์ม็อต กัลลาเกอร์” อดีตผู้ตัดสินชื่อดังของศึกพรีเมียร์ลีก ให้เกียรติมาเป่านกหวีดตัดสินเกมของคู่นี้ด้วย โอ้!!!…เอ็กซ์ครูซีฟสุดๆ

ทันที่ที่เสียงนกหวีดยาว ผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม ใส่กันแบบไม่เลี้ยง เล่นแบบถวายหัว เพราะโอกาสแบบนี้มีไม่กี่ครั้งในชีวิต

ไขปริศนา บั้งไฟพญานาค เรื่องจริงหรือมนุษย์ทำ

ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นปรากฏการณ์จากฝีมือมนุษย์หรือไม่นั้น วันนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และช่างภาพ จากห้องหว้ากอ ในเว็บไซต์พันธุ์ทิพดอทคอม ได้ร่วมกันพิสูจน์ ผ่านเทคนิคการถ่ายภาพ ในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่ผ่านมา โดยได้ผลยืนยันว่า เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

บั้ง-ไฟ

ลูกไฟสีแดงอมชมพู พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงวันออกพรรษา หรือที่เรียกกันว่า ปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่เคยถูกพิสูจน์จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปี 2546 ว่าปรากฏการณ์นี้ เกิดจากก๊าซมีเทน ร่วมกับก๊าซฟอสฟี ได้สัมผัสกับออกซิเจนในธรรมชาติ จึงติดไฟได้เองนั้น

ข้อมูลนี้ ถูกพิสูจน์ซ้ำด้วย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขาพบว่า ลูกไฟที่ติด จากก๊าซมีเทนต้องมีสีเขียว ไม่ใช่สีแดงอมชมพู และไม่สามารถเกาะตัว แล้วลอยขึ้นอากาศได้

ขณะที่ข้อมูลจากปี 2545 ในรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่เคยเผยแพร่ภาพว่า ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ชาวลาวจะใช้ปืนอาร์กาและปืนคาร์บินยิงกระสุนขึ้นฟ้า ข้อมูลนี้ ก็ทำให้นักวิชาการและกลุ่มช่างภาพ ในห้องหว้ากอ ของเว็บไซต์พันทิพ ตั้งข้อสังเกตถึงวิถีกระสุน ว่าคล้ายคลึงกับทิศทางการขึ้นของบั้งไฟพญานาค

ในช่วงออกพรรษาปี 2555 พวกเขาได้รวมกลุ่มกันจัดทีมบันทึกภาพนิ่งและภาพวิดีโอไปถ่ายภาพ เพื่อนำภาพมาวิเคราะห์ โดยทีมถ่ายภาพปักหลัก ที่บ้านน้ำเปและบ้านตาลชุม จ.หนองคาย และอีก 1 ทีม นั่งเรือข้ามฟากไปถ่ายที่ฝั่งลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านน้ำเป โดยการบันทึกภาพนิ่ง ใช้หลัก low speed shutter หรือการเปิดหน้ากล้องนาน เพื่อให้เห็นทิศทางของแสง

ซึ่งภาพที่ได้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีทิศทางเหมือนวิถีกระสุนที่ยิงปืนจากฝั่งบนบกของลาว และไม่มีลูกไฟใดขึ้นจากน้ำ

เช่นคลิปวิดีโอนี้ ที่บันทึกภาพจากฝั่งลาว แสดงให้เห็นชัดเจนว่า หลังจากคนลาวได้ยิงปืนขึ้นท้องฟ้า เสียงโห่ร้องดีใจจากคนฝั่งไทยก็ตามมา

นอกจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ low speed shutter แล้ว พวกเขายังใช้เทคนิค stack หรือ การนำไฟล์ภาพที่ถ่ายติดต่อกันภายใน 1 ชั่วโมง โดยมีระยะห่างแต่ละภาพ 4 วินาที มาทำเอนิเมชั่นเป็นภาพเคลื่อนไหว แต่สามารถลบดวงไฟจากพลุ โคมลอยและกระทงสายได้ จึงเห็นเส้นลำเแสงสีแดงของบั้งไฟพญานาค ซึ่งแสดงชัดเจนว่า เส้นทางลูกไฟมีลำแสงวิถีกระสุนยิงบนฝั่งลาว

ทั้งนี้ทั้งนักวิชาการและกลุ่มช่างภาพห้องหว้ากอ เว็บไซต์พันทิพ ยืนยันจากภาพถ่ายและข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคนั้น เกิดจากการยิงปืนอาร์กาและปืนคาร์บิน ซึ่งเป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลออกพรรษาของชาวลาวที่ทำกันมายาวนาน ไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติแต่อย่างใด

เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่อำเภอแก่งกระจาน พ.ศ. 2554

ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้มีรายงานถึงอุบัติเหตุ ที่เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้บุกรุกป่าไม้ เนื่องด้วยสภาพอากาศปิด ได้ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวตกลงไปในบริเวณตะเข็บชายแดน ในวันที่ 17 กรกฎาคม มีรายงานการพบศพผู้เสียชีวิต 5 นาย ซึ่งต่อมา ในวันที่ 18 กรกฎาคม

ฮ.-ตก

ทางกองทัพบกไทยได้ส่งทีมช่วยเหลือไปรับศพโดยใช้เฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กเป็นพาหนะ และเนื่องด้วยสภาพอากาศปิด จึงเลื่อนภารกิจดังกล่าวออกไปหนึ่งวัน จนมาถึงในวันที่ 19 กรกฎาคม ได้มีการส่งทหาร 8 นายและนักข่าว 1 นายเดินทางไปรับศพ ผลปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กได้ตกลงไปในป่า การกระแทกกับพื้นส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์แตกกระจาย และผู้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวเสียชีวิตทั้ง 9 ราย[3] ในเบื้องต้น ได้มีการลำเลียงศพมาบางส่วน และในวันที่ 24 กรกฎาคม ทางหน่วยได้ส่งทีมไปรับศพผู้สูญเสียเจ็ดรายที่เหลือ โดยได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 (ฮ.ท.212) (เบลล์ 212) จำนวน 3 ลำ ปรากฏว่าลำสุดท้ายได้ตกลงไปในป่า และเพลิงลุกไหม้[4] มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวสามราย และรอดชีวิตหนึ่งราย ซึ่งทีมช่วยเหลือได้ประสานงานโดยการนำรถไปรับศพมาเพื่อทำพิธีทางศาสนาที่จังหวัดกาญจนบุรี

ตำนานผีเปรต สัตว์นรกในห้วงกรรม

เปรตตามความเชื่อไทย เป็นผี มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วเกิดใหม่ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งจากลักษณะนี้ทำให้คำว่า เปรต กลายมาเป็นคำด่าในภาษาไทยที่หมายถึง คนที่อดอยากผอมโซ เที่ยวรบกวนขอเขากิน หรือเมื่อมีใครได้โชคลาภก็เข้ามาขอแบ่งปัน

ผี-เปรต

เปรตวัดสุทัศน์
เป็นความเชื่อแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์เกี่ยวกับเรื่องราวของเปรตแห่งวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เล่ากันว่าที่วัดแห่งนี้มักมีเปรตปรากฏกายในเวลากลางคืนเป็นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ประกอบกับอหิวาตกโรคที่ระบาดจนมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนเผาศพแทบไม่ทัน ณ วัดสระเกศ จนมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ “

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์ฯนั้น มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปที่วัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้าต่างหาก

ต่อมา เรื่องเปรตวัดสุทัศน์นี้ได้นำมาเขียนเป็นนวนิยาย และทำเป็นละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2546 ออกอากาศทางช่อง 7 นำแสดงโดย วรนุช วงษ์สวรรค์ และเอกรัตน์ สารสุข

เปรตกู้
เปรตกู้ เคยปรากฏเป็นข่าวครึกโครมผ่านทางสื่อมวลชนมาครั้งหนึ่ง ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2543 เมื่อทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวหน้าหนึ่งว่า มีผู้บันทึกวิดีโอของเปรตได้ที่ป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี รวมทั้งปาฏิหาริย์ต่าง ๆ ในป่าแห่งนี้ได้อีกด้วย เช่น การตักบาตรกับต้นไม้โดยรุกขเทวดาซึ่งจะได้เป็นข้าวมธุปายาส เป็นต้น เมื่อวิดีโอชุดนี้ได้เผยแพร่ออกไป มีบุคคลจำนวนหนึ่งให้ความเชื่อถือ เช่น พ.อ.นพ.พงศักดิ์ ตั้งคณา นักพูดชื่อดัง รวมทั้งพระพยอม กัลยาโณ พระนักเทศน์ชื่อดังเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เป็นต้น

ต่อมา ความได้ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้ว เรื่องทั้งหมดในเทปวิดีโอนั้น ล้วนแต่เป็นการจัดฉาก โดยบุคคลที่ชื่อ นายกิตติ ประภัสโรบล หรือที่นิยมเรียกกันว่า “อาจารย์กู้” ซึ่งนายกิตติได้มีพฤติกรรมหลอกลวงเช่นนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว โดยในครั้งนี้นายกิตติได้แสดงเป็นเปรตจึงถูกเรียกว่า “เปรตกู้” ต่อมานายกิตติก็ได้ถูกตำรวจที่นำโดย พล.ต.ต.คงเดช ชูศรี จับกุม และถูกศาลพิพากษาให้จำคุกให้ข้อหาหลอกลวงประชาชน เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว นายกิตติได้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่

อื่น ๆ
ในกลางปี พ.ศ. 2551 ที่จังหวัดลำปาง มีเด็กชายคนหนึ่งตื่นนอนขึ้นมากลางดึก และเห็นสิ่งประหลาดที่มีรูปร่างสูงมากนอกหน้าต่างมุ้งลวดจากห้องนอน จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต่อมาเป็นที่โจษจันกันว่าเป็นรูปเปรต

หลักสูตรการรบแบบจู่โจม (เสือคาบดาบ,RANGER)

สวัสดีครับ ผมเป็นทหารรับราชการอยู่ในส่วนของกองทัพบก ประสบการณ์ต่อจากนี้คือประสบการณ์จริงในชีวิตรับราชการของตัวผมเองที่ได้สัมผัสมา กับหลักสูตร 1 หลักสูตรที่เป็นหลักสูตรสำคัญของกองทัพบก ซึ่งหลายๆคนมักจะเรียกติดปากกันว่า “เสือคาบดาบ” หรือ หลักสูตรจู่โจมนั้นเอง

เสือ-คาบดาบ

หลักสูตรนี้จะเปิดรับข้าราชการทุกชั้นยศ ให้สามารถเข้ามาทดสอบร่างกายแข่งขันกัน แล้วจะคัดคนที่มีสกอร์ร่างกายแข็งแรงที่สุดเพื่อเข้ามาศึกษาในหลักสูตร จำนวน 150 คน เป็นระยะเวลา 70 วัน การฝึกจะแบ่งออกเป็น 4 ภาค 1. ภาคที่ตั้ง 2. ภาคป่าเล็ก 3. ภาคทะเล 4.ภาคป่าใหญ่ ซึ่งจะเปิดด้วยกันทั้งหมด 3 ที่ คือ ศูนย์การทหารราบ, ศูนย์การทหารม้า, และศูนย์สงครามพิเศษ ซึ่งผมเองก็คือ 1 ใน 150 ของผู้ที่ผ่านการทดสอบ ซึ่งของผมจะอยู่ในส่วนของศูนย์สงครามพิเศษเนื่องจากทดสอบของที่นี้ได้ก่อน จึงเลือกจะเรียนหลักสูตรจู่โจมของที่นี้ เพราะแต่ละที่นั้นจะเปิดให้เข้าทดสอบร่างกายในวันและเวลาที่ต่างกัน

หลังจากการประกาศผลผู้เข้ารับการศึกษาตัวจริงทุกนายแล้ว ทางศูนย์สงครามพิเศษจะกำหนดวันและเวลาที่จะเข้ารับการศึกษา พร้อมใบสิ่งของรายการที่ต้องเตรียมไปในการศึกษาในหลักสูตรตลอดระยะเวลา 70 วัน ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่วุ่นวายมากพอสมควรครับ เพราะต้องจัดเตรียมสิ่งของจำนวนมาก หลังจากที่รับใบรายการสิ่งของมา ผมค่อนข้างกังวลใจพอสมควร เนื่องจากเป็นผมเองไม่ใช่กำลังพลในส่วนของกรมรบพิเศษหรือภาษาทหารมักจะเรียกว่า หมวกแดง ประกอบการได้ยินคำพูดจากครูฝึกทุกๆคน ที่พูดเหมือนกันทุกคนว่า รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่พิเศษที่สุดกว่าทุกๆรุ่นที่เปิดมา ให้เตรียมใจรอรับไว้ ในใจตอนนั้นคิดไว้ตลอดว่า กูจะไหวเหรอวะ แต่ก็บอกกับตัวเองตลอด ในเมื่อเราตั้งใจมาแล้วก็ต้องทำให้ได้

เช้าวันแรกสำหรับการรายงานตัว ผมให้เพื่อนที่เป็นทหารอยู่ใน จว.ลพบุรี ขับรถพามาส่งใน รร.สงครามพิเศษ พร้อมกับพาไปรายงานตัวที่หน้ากองร้อยนักเรียนจู่โจม ก่อนที่ผมจะลงจากรถเพื่อที่จะเข้าไปรายงานตัว คำพูดจากเพื่อนที่ได้ผ่านหลักสูตรนี้เมื่อรุ่นที่แล้ว บอกผมไว้ให้อดทนเพราะรุ่นนี้ นายทหารกำกับหลักสูตรหรือผู้ควบคุมหลักสูตรจู่โจม เป็นคนละคนกับรุ่นที่แล้ว ให้เตรียมใจไว้ให้พร้อม เขามักจะบอกผมเสมอว่า

หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรใช้ใจ คนที่ลาออกหรือไม่ไหว ส่วนมากคือคนที่แพ้ใจตัวเอง ขอให้ผมชนะใจตนเองให้ได้ก็พอในการเรียนหลักสูตร ผมฟังคำพูดของมัน พร้อมกับบอกตัวเองว่า มาแล้วยังไงต้องทำให้ได้ บรรยากาศรับรายงานตัวของนักเรียนจู่โจมเป็นไปอย่างเงียบสงบ

ครูฝึกทุกคนยิ้มแย้มและทักทายนักเรียนอย่างเป็นกันเอง รวมถึงตัวของผมด้วย ซึ่งอาจจะดูแปลกตากว่าทุกคน เนื่องจากผมไม่ใช่กำลังพลในส่วนของกรมรบพิเศษสำหรับเกมส์การพนันที่ได้เปิดให้บริการอยู่ในคาสิโนออนไลน์ ไม่วาจะเป็น บาคาร่าออนไลน์ รูเล็ต ไฮโล กำถั่ว สล็อต หรือพนันกีฬาออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งเกมส์การพนันในระบบออนไลน์ที่ได้เปิดให้บริการอยู่นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเกมส์การพนันที่ได้มาตรฐานในการให้บริการ gclubslot

 

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ gclubcasinoonline.com

รู้จักกับ นาวิกโยธิน พระเอกของเมื่อวานนี้

 

นาวิกโยธิน-กองทัพเรือหลังคนไทยลุ้นกับสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จชต. ด้วยฝีมือของ”โจรกระจอก” นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 คนร้ายเผาโรงเรียนในพื้นที่จ.นราธิวาส 20แห่ง รวม 11อำเภอ และยังบุกเข้าไปยึดค่าย ร.5 พันพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ยิงทิ้งทหาร 4 นายพร้อมยึดอาวุธปืนในคลังแสงอีกกว่า 100 กระบอก เกิดเหตุฆ่ารายวันทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ตลอดจนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก (ในจำนวนนี้แยกได้เป็นผู้เสียชีวิต 4,589 ราย แยกเป็นไทยพุทธ 2,098 ราย มุสลิม 2,751 ราย ไม่สามารถระบุศาสนาได้ 131 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 9,071 ราย แยกเป็นไทยพุทธ 5,703 ราย มุสลิม 2,865 ราย ไม่สามารถระบุศาสนาได้ 503 ราย) โดยฝ่ายรัฐตกเป็นเบี้ยล่างมาโดยตลอด

แต่เหตุการณ์เมื่อวานนี้ 13 กพ. 2556 ทหารนาวิกโยธิน ฐานปฏิบัติการบ้านยือลอ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน นราธิวาส 32 อ.บาเจาะ สามารถสังหารผู้ก่อความไม่สงบได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ขวัญและกำลังใจของคนไทยทั้งประเทศดีขึ้น ทั้งยังเป็นการต่อสู้กันด้วยอาวุธสงคราม จึงต่างจากเหตุการณ์กรือเซะและตากใบ จึงขอนำเสนอความเป็นมาของนาวิกโยธินไทยพระเอกของงานนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน นราธิวาส 32 อยู่ในสังกัดของ “หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน” ทหารสะเทิ้นน้ำสะเทินบกของราชนาวีไทยมีความเป็นมาดังนี้ครับ

ตราสัญญลักษณ์ราชนาวิกโยธินไทย รูปครุฑเกาะลูกโลก บรรจุแผนที่ประเทศไทย และเส้นรุ้งเส้นแวงทับลงบนสมอเรือและสายสมอ

หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (อังกฤษ: Royal Thai Marine Corps) มีหน้าที่บังคับบัญชา นาวิกโยธิน คือ ทหารเรือที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ เพื่อปฏิบัติภารกิจนอกเหนือจากในน่านน้ำตามปกติ โดยมุ่งเน้นการรบภาคพื้นดิน นับ เป็นการรบสะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อสนับสนุนการรบของทหารเรือ และอาจทำการรบร่วมกับทหารจากหน่วยรบอื่นๆ เช่น ทหารบก หรือ ทหารอากาศก็ได้ นาวิกโยธินจึงเปรียบเสมือนทหารเหล่าราบของกองทัพเรือนั่นเอง

ทหารเรือฝ่ายนาวิกโยธินนับว่ามีขีดความสามารถสูง ได้รับการฝึกทั้งการรบทางทะเลและการรบทางบก สามารถปฏิบัติการได้คล่องตัว เช่น เมื่อต้องการยกพลขึ้นบก การรบที่มีความคาบเกี่ยวกับสถานการณ์บกและน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถปฏิบัติงานในท้องที่ชายฝั่ง รักษาความสงบตลอดน่านน้ำ เป็นต้น

โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ พร้อมล่าแอลพีจีเอ

 

โปรแหวน-แอลพีจีเอ

โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล สองสาวไทยซึ่งได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2016 ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่สยามคันทรีคลับ พัทยา แน่นอนแล้วจากอันดับทำเงินในทัวร์โดยปีนี้ พรอนงค์ จบที่อันดับ 38 ขณะที่ เอรียา อันดับ 35 ต่างมั่นใจว่าประสบการณ์ในทัวร์และการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนกอล์ฟจะทำให้พวกเธอมีลุ้นกลายเป็นสาวไทยคนแรกที่ได้แชมป์ในแอลพีจีเอทัวร์

“ตอนนี้แหวนก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่และหวังว่าฟอร์มจะเข้าที่พอดีกับการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจี ไทยแลนด์ แหวนมุ่งมั่นเต็มที่กับการเล่นในเมืองไทย ต้องการคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนๆ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะนักกอล์ฟที่มาล้วนเป็นมือดีๆ ของโลกทั้งสิ้น ซึ่งการเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยทำให้นักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ มีกำลังใจอย่างมากรวมทั้งตัวแหวนเองด้วย” โปรแหวน มือ 43 ของโลกจากจังหวัดชัยภูมิกล่าว

ทั้งนี้ พรอนงค์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งแรกเมื่อปี 2006 ซึ่งก็เป็นปีแรกของการแข่งขันรายการนี้ จากนั้นเธอก็ได้ลงแข่งขันอีก 5 ครั้ง โดยผลงานดีสุดคืออันดับ 13 ร่วม เมื่อปี 2011

ด้าน “โปรเม” เอรียา กล่าวว่า ช่วงนี้ฟอร์มกลับมาดีอีกครั้งหลังจากตกไปในช่วงกลางปี

“ตอนนี้เมค่อนข้างมั่นใจในฟอร์มการเล่นค่ะ ซ้อมหนักแล้วก็ดูแลตัวเองอย่างดีค่ะ” เอรียา ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2007 ด้วยวัยเพียงแค่ 11 ปี กล่าว