เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

rip

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

ครอบครัว น.ส.สุภัคสรณ์ สาวทอมโดนอุ้มฆ่า ร้องไห้เสียใจหนักในวันฌาปนกิจ น้องชายบวชอุทิศส่วนกุศล ด้านเพื่อนเผยทอมสาวเข้าฝันขอให้ร้องเพลง “แผลเก่า”

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

rip

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

ครอบครัว น.ส.สุภัคสรณ์ สาวทอมโดนอุ้มฆ่า ร้องไห้เสียใจหนักในวันฌาปนกิจ น้องชายบวชอุทิศส่วนกุศล ด้านเพื่อนเผยทอมสาวเข้าฝันขอให้ร้องเพลง “แผลเก่า”

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

ทะเลบัวแดง..จังหวัดอุดรธานี

%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87

ทะเลบัวแดง..จังหวัดอุดรธานี

ใกล้ถึงเทศกาลแห่งความรักเข้ามาทุกที คงเป็นวาระพิเศษที่คู่รักหลายคู่ใช้โอกาสนี้ไปเติมความหวาน แต่จะไปที่ไหนที่สวยงาม โรแมนติก คุ้มค่า และจะตราตรึงในความทรงจำไปแสนนานนั้น ก็ต้องตั้งใจเลือกสรรที่หมายกันหน่อย “นายรอบรู้” ขอนำเสนอสถานที่สุดพิเศษ ที่อาจทำให้คุณและคนรักประทับใจมิรู้ลืม

เดตสุดเลิฟนี้ เราขอชวนข้ามฟ้ามานั่งเรือรับลมในบรรยากาศลมเย็นสบาย พร้อมกับชมทิวทัศน์ดอกบัวนับล้านดอก ซึ่งกำลังออกดอกสีชมพูสด สะพรั่งไปทั่วหนองน้ำใหญ่กว้างไกลสุดลุกหูลูกตา ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี อ. กุมภวาปี จ. อุดรธานี หรือที่คนทั่วไปนิยมเรียกว่า “ทะเลบัวแดง” บางทีคุณอาจรู้สึกเหมือนกำลังล่องเรืออยู่ในทะเลสีชมพู หนองหาน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในอุดรธานี มีพื้นที่ถึง 22,500 ไร่ หรือประมาณสนามฟุตบอลกว่า 5,000 สนามติดกัน หลังจากหมดฝน ดอกบัวในหนองหานจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนธันวาคม ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์จะบานสะพรั่งเต็มที่ไปจนถึงมีนาคม จากนั้นจะค่อยๆ ร่วงโรยและหมดไปราวเดือนเมษายน ยกเว้นที่ปีไหนมีฤดูหนาวยาวนานก็จะบานเลยไปอีกนิดหน่อย ดังนั้นช่วงวันวาเลนไทน์ จึงเป็นเวลาดีที่บัวแดงกำลังบานอย่างสวยงาม อีกทั้งปีนี้ดอกบัวยังบานมากที่สุดในรอบหลายปีด้วย คือมีดอกบัวบานอยู่ถึง 18,000 ไร่ หรือเกือบ 3 ใน 4 ของพื้นที่เลยทีเดียว

ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา “นายรอบรู้” ได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ชวนมาเที่ยวทะเลบัวแดง เรานั่งเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียมาลงที่ท่าอากาศยานอุดรธานีในช่วงเย็น แล้วนอนพักที่ตัวเมืองอุดรฯ 1 คืน ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะออกจากโรงแรมตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปชมแสงแรกของวันที่ทะเลบัวแดง ที่ท่าเรือบ้านเดียม ต. เชียงแหว อ. กุมภวาปี เราลงเรือรอบเช้าสุดเวลา 6 โมงเช้า ขณะนั้นท้องฟ้ายังมืดสนิท มีเพียงพระจันทร์ดวงกลมโตที่สว่างไสวบนท้องฟ้าสีน้ำเงิน เรือออกจากฝั่งไม่กี่อึดใจ เราก็เห็นไอหมอกขาวลอยระเลี่ยเหนือผิวน้ำ เห็นเงาของดอกบัวที่ขึ้นแน่นขัดไปไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่นานนักท้องฟ้าก็เริ่มสว่าง ดวงอาทิตย์สีส้มโผล่พ้นจากขอบฟ้ามาส่องแสงไปทั่ว ทำให้เห็นดอกบัวสีชมพูที่บานอย่างละลานตา มีจำนวนมากแทบจะทุกตารางเมตร ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่างดงามประทับใจไม่เสียแรงที่ตื่นแต่เช้ามาชม

ดอกบัวเหล่านี้คือบัวสาย บัวที่มีสายยาว ใบปริ่มน้ำ บัวสายในทะเลบัวแดงมีหลายเฉดสี ทั้งสีแดงเข้ม สีชมพูสด ไปจนชมพูอ่อน รวมทั้งมีดอกสีขาวด้วย บางดอกมีทั้งสีขาวและชมพูอยู่ในดอกเดียวกัน ชาวบ้านมักเรียกว่า “ดอกบัวกระเทย” บัวสายจะบานตั้งแต่เช้ามืดไปไม่ได้บานสายอย่างชื่อ จนกระทั่งช่วงสายที่แดดแรงก็จะเริ่มหุบดอก และหุบไปเรื่อยๆ จนสีชมพูหายไปหมดจากหนองน้ำในช่วงเที่ยง ดั้งนั้นถ้าใครเอื่อยเฉื่อยมาถึงตอนเที่ยง ก็คงผิดหวังเพราะไม่เหลือบัวบานให้ชมแล้วเรือลำน้อยของเราค่อยๆ แล่นผ่านทะเลบัวที่แน่นขนัดไปเรื่อยๆ สายลมเย็นพัดผ่านผิวกาย มีนกนางแอ่นร่อนถลาโฉบแมลงกินในอากาศอยู่ไม่ไกลจากเรือของเรา นับเป็นช่วงจังหวะของธรรมชาติมีเสน่ห์ยิ่ง ใครที่ชอบดูนกก็อาจจะได้เห็นวิถีชีวิตของบรรดานกน้ำ เช่น นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกกระสา นกยางโทนใหญ่ เป็ดน้ำ ฯลฯ โดยเฉพาะบรรดาเป็ดน้ำนี้มีอยู่หลายชนิดและมีจำนวนมาก รวมนกประจำถิ่นและนกอพยพแล้วมีประมาณ 150 ชนิด ทั้งนี้ต้องเตรียมกล้องส่องทางไกลมาด้วย เพราะถ้าเรือเข้าไปใกล้มันจะบินหนีไป

หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดดอกบัวจึงมีจำนวนมากขนาดนี้ คุณไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานชมรมกลุ่มเรือประมงและนำเที่ยวชุมชนบ้านเดียม เฉลยให้ฟังว่าเป็นเพราะ “สนม” หรือแพวัชพืชน้ำที่ลอยอยู่ ถูกลมมรสุมพัดพาให้กระจายไปทั่วหนอง สนมเหล่านี้ได้พัดพาเอาเหง้าบัวสายให้กระจายไปทั่วด้วย รวมทั้งการใช้เรือใหญ่สัญจรก็ช่วยให้เหง้าของบัวแยกกันมากขึ้น ประกอบกับเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ก็ทำให้จำนวนบัวเพิ่มขึ้นมากและกระจายจนเต็มหนองหานในช่วง 14-15 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเริ่มพานักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่ปี 2547 ต่อมาจนถึงปี 2552 ที่เริ่มมีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง ชื่อของทะเลบัวแดงจึงขจรขจายไปทั่ว

เรือของเราแวะเทียบท่าที่สำนักสงฆ์ดอนหลวง ซึ่งตั้งอยู่กลางหนองหาน เพื่อสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ก่อนที่จะนั่งเรือชมทะเลบัวต่อไปจนถึงฝั่งในช่วงสาย และขึ้นมารับประทานอาหารเช้าที่เป็นเมนูจากบัวสาย เช่น ส้มตำไหลบัว แกงไหลบัวซึ่งเป็นเหมือนต้มยำน้ำใสใส่ไหลบัวมากกว่าแกงที่เราคุ้นเคย ไหลบัวที่สดใหม่นั้นกรอบ เคี้ยวเพลิน มีรสชาติที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เรายังได้ฟังตำนาน “ผาแดง-นางไอ่” ที่เกี่ยวกับความรักอันนำไปสู่การกำเนิดหนองหานด้วย ตำนานนี้ชาวบ้านรอบหนองหานไม่กล้าเล่าเวลาอยู่ในเรือ ว่ากันว่าอาจทำให้เกิดอันตราย เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในทะเลบัวแดงอาจไม่นานนัก แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาสุดแสนประทับใจ จนอยากให้คุณได้ลองชวนคนรักมานั่งหลับตาฟังเสียงหัวใจของกันและกัน แล้วจะพบว่าท้องทะเลสีชมพูแห่งนี้มีบรรยากาศที่สุดวิเศษจริงๆ

รู้ไว้สักนิด!

>>>เรือนักท่องเที่ยวมีตั้งแต่เวลา 6.00-17.00 น. มีทั้งเรือไฟเบอร์กลาสท้องแบนมีหลังคา นั่งได้ประมาณ 5-6 คน ถ้าระยะใกล้ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. คิดราคาลำละ 300 บาท ระยะไกลใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชม. คิดราคาลำละ 500 บาท และเรือหางยาวนั่งได้ 2 คน ราคาคนละ 100 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08-1964-5420,08-9395-0871 ทั้งนี้มีชูชีพให้ทุกคน <<<

>>>การเดินทางมายังท่าเรือบ้านเดียม ใช้เส้นทาง ถ. มิตรภาพ อุดร-ขอนแก่น มาทาง จ. ขอนแก่น เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านนาดี ใช้เส้นทางบ้านนาดี-บ้านเดียม ระยะทางประมาณ 14 กม.